top of page

TFRS 18 มาตรฐานปรับโฉมงบกำไรขาดทุนใหม่ที่นักบัญชีและผู้บริหารต้องรู้

Updated: Aug 28

TFRS 18 มาตรฐานปรับโฉมงบกำไรขาดทุนใหม่ที่นักบัญชีและผู้บริหารต้องรู้


ปิดท้ายมาตรฐานรายงานทางการเงินยุคใหม่ ด้วยเรื่องที่ใกล้ตัวนักบัญชีและผู้บริหารที่สุด นั่นคือการเปลี่ยนแปลงของ “งบกำไรขาดทุน” ภายใต้มาตรฐานใหม่ที่ชื่อว่า TFRS 18 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2571 และต้องเตรียมข้อมูลเปรียบเทียบตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่กิจการ ผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชี และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องเริ่มเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้


ทำความรู้จัก TFRS 18 และสาเหตุที่ต้องเปลี่ยน

TFRS 18 คือมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่มาตรฐานการบัญชี TAS 1 (การนำเสนองบการเงิน) ที่ใช้กันอยู่เดิม โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดระเบียบการนำเสนองบกำไรขาดทุนให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ป้องกันไม่ให้แต่ละบริษัทจัดประเภทรายได้และค่าใช้จ่ายตามใจชอบจนเปรียบเทียบกันได้ยาก สาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้องมีมาตรฐาน TFRS 18 เข้ามา มีอยู่ 2 ประเด็นหลัก


  • ประเด็นที่หนึ่ง งบธุรกิจประเภทเดียวกัน แต่หน้าตาไม่เหมือนกันจนเทียบยาก

    ที่ผ่านมาบริษัทที่ทำธุรกิจแบบเดียวกันอาจจัดประเภทรายได้หรือค่าใช้จ่ายบางรายการไม่เหมือนกัน ทำให้เวลานำมาเปรียบเทียบกันว่าบริษัทไหนบริหารงานได้ดีกว่า กลายเป็นเรื่องยากและสับสน

  • ประเด็นที่สอง ตัวเลขของ “ผู้บริหาร” ไม่ตรงกับ “ตัวเลขในงบ”

    บ่อยครั้งที่ผู้บริหารแถลงผลประกอบการมักใช้ตัวเลขที่นิยามขึ้นมาเอง หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่ามาตรวัดผลการดำเนินงานที่นิยามโดยฝ่ายบริหาร (Management-defined Performance Measures หรือ MPMs) เพื่อชี้ให้เห็นว่าบริษัทมีกำไรดี ซึ่งบางครั้งตัวเลขเหล่านี้ก็ไม่ได้สะท้อนอยู่ในงบกำไรขาดทุนหลักอย่างชัดเจน ทำให้เกิดความไม่โปร่งใสต่อผู้ใช้งบการเงิน


3 หมวดหมู่ใหม่ในงบกำไรขาดทุนภายใต้ TFRS 18



สิ่งที่ TFRS 18 เข้ามาเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด คือการรื้อโครงสร้างงบกำไรขาดทุนให้เป็นระบบระเบียบมากขึ้น โดยแบ่งรายได้และค่าใช้จ่ายออกเป็น 5 หมวดหมู่หลักอย่างชัดเจน ดังนี้

  1. หมวดกิจกรรมดำเนินงาน (Operating)

รายได้และค่าใช้จ่ายหลักที่เกิดจากการทำธุรกิจปกติของกิจการ ถือเป็นหมวดหลักที่สะท้อนผลการดำเนินงานที่แท้จริงของธุรกิจ

  1. หมวดกิจกรรมลงทุน (Investing)

ผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ เช่น เงินปันผลรับหรือดอกเบี้ยรับจากเงินลงทุน

  1. หมวดกิจกรรมจัดหาเงิน (Financing)

ต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมเงินมาใช้ในกิจการ เช่น ดอกเบี้ยจ่าย

  1. หมวดกิจกรรมภาษีเงินได้ (Income Taxes)

ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ของกิจการ

  1. การดำเนินงานที่ยกเลิก (Discontinued Operations)

ผลการดำเนินงานของส่วนงานที่บริษัทตัดสินใจเลิกดำเนินการไปแล้ว


การกำหนดกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) ที่ชัดเจน

เมื่อแบ่งหมวดหมู่ชัดเจนแล้ว TFRS 18 ยังกำหนดให้ทุกบริษัทต้องแสดง “ยอดรวมย่อย” (Subtotals) ใหม่อีก 2 รายการ เพื่อให้ผู้ใช้งบเห็นภาพผลประกอบการชัดเจนยิ่งขึ้น คือ

  1. กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) ซึ่งตัวเลขนี้จะบอกตรง ๆ เลยว่าธุรกิจหลักของบริษัททำมาค้าขายแล้วได้กำไรจริงเท่าไหร่ โดยไม่นำเรื่องการลงทุนหรือดอกเบี้ยเงินกู้มาปนกัน

  2. กำไรก่อนการจัดหาเงินและภาษีเงินได้ (Profit before Financing and Income Taxes) จะเป็นตัวเลขที่ช่วยให้เห็นศักยภาพของบริษัทก่อนหักต้นทุนทางการเงินและภาษี ทำให้เปรียบเทียบข้ามบริษัทที่มีโครงสร้างเงินทุนแตกต่างกันได้ง่ายขึ้น


การควบคุม “ตัวเลขของฝ่ายบริหาร” (MPMs) ให้โปร่งใส



อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ TFRS 18 คือการเข้ามาจัดระเบียบตัวเลขที่ผู้บริหารนิยามขึ้นมาเอง หรือ MPMs (Management-defined Performance Measures) เช่น Adjusted EBITDA, Core EBITDA หรือ Normalized Profit ที่ผู้บริหารมักนำมาใช้เวลาแถลงข่าวหรือประกาศต่อสาธารณะ


ต่อจากนี้ TFRS 18 กำหนดให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูล MPMs เหล่านี้อย่างละเอียด โดยต้องอธิบายว่าตัวเลขนี้คำนวณมาจากไหน มีวิธีคิดอย่างไร และเชื่อมโยงกลับไปเป็นตัวเลขบัญชีมาตรฐานในงบการเงินหลักได้อย่างไร เพื่อป้องกันความสับสนและสร้างความโปร่งใสสูงสุดให้กับนักลงทุน


บทสรุปภาพรวมการรายงานยุคใหม่

บทความสุดท้ายของรายงานยุคใหม่ ซึ่งบทความนี้อธิบายถึงมาตรฐานสำคัญที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าการรายงานทางการเงินของธุรกิจไทย ตั้งแต่ LCE ที่ช่วยให้การตรวจสอบบัญชีเหมาะสมกับขนาดธุรกิจ ต่อด้วย TFRS S1 และ TFRS S2  ที่ว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนและสภาพภูมิอากาศ มาจนถึง TFRS 18 ที่ปรับโฉมงบกำไรขาดทุนให้เปรียบเทียบกันได้ง่ายขึ้น


โดย “ข้อมูลความยั่งยืน” (TFRS S1 และ TFRS S2) ผนวกกับ “งบการเงินที่เปรียบเทียบง่ายขึ้น” (TFRS 18) คือสองจิ๊กซอว์สำคัญที่จะทำให้การรายงานทางการเงินของธุรกิจไทยในยุคใหม่มีความโปร่งใส รอบด้าน และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ลงทุนในปัจจุบันได้อย่างแท้จริง


FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TFRS 18

TFRS 18 ใช้กับกิจการประเภทใดบ้าง?

TFRS 18 ใช้กับกิจการทุกแห่งที่จัดทำงบการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS) สำหรับกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (PAEs) ไม่ได้จำกัดเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น

โดยหลักแล้ว TFRS ไม่ได้เปลี่ยนวิธีรับรู้รายได้ ค่าใช้จ่าย หรือการวัดมูลค่าทางบัญชี แต่จะเปลี่ยนวิธี จัดประเภท นำเสนอ และเปิดเผยข้อมูล ดังนั้น สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนคือ โครงสร้างของงบกำไรขาดทุนและยอดรวมย่อย (Subtotals) เช่น การเพิ่มหมวดหมู่ผลดำเนินงานจากการดำเนินงาน (Operating profit) เป็นต้น

ไม่จำเป็น บริษัทสามารถใช้ EBITDA ได้ แต่หากเป็นตัวเลขที่บริษัทปรับขึ้นเอง เช่น Adjusted EBITDA และเข้าเงื่อนไข MPM จะต้องเปิดเผยวิธีคำนวณและกระทบยอดกับตัวเลขตามมาตรฐานให้ชัดเจน ทั้งนี้ IFRS 18 ไม่ได้กำหนดนิยาม EBITDA ไว้โดยตรง


เขียนและเรียบเรียงโดย อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน)

FSA, FIA, FRM, FSAT, MBA, MScFE (Hons), B.Eng (Hons)

อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย และอาจารย์บรรยายด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงานด้วยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามมาตรฐานบัญชี ฉบับที่ 19 TAS19 IAS19


คุณศุภิชา ตั้งวิมลวุฒิวงศ์ Tel: (+66) 87-100-7199 E-mail: supicha@actuarialbiz.com

คุณลักษณา ชัยวุฒิธร โทร: (+66) 81-071-4060 E-mail: abs.office@actuarialbiz.com

 
 
bottom of page