เจาะลึก TFRS S2 มาตรฐานรับมือโลกร้อนที่ทุกธุรกิจต้องเตรียมพร้อม
Updated: Aug 18

จากบทความที่แล้วที่เราทำความรู้จักกับ TFRS S1 ไปแล้ว มาตรฐานที่ว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนโดยรวมของธุรกิจ บทความนี้จะเจาะลึกมาตรฐานลูกที่มุ่งเน้นเฉพาะเรื่อง “สภาพภูมิอากาศ” นั่นคือ TFRS S2 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ทุกธุรกิจไม่ควรมองข้าม
TFRS S2 คืออะไรและเกี่ยวข้องกับ TFRS S1 อย่างไร
หากมองว่า TFRS S1 คือกรอบใหญ่ที่ดูแลเรื่องความยั่งยืนในภาพรวมทั้งหมด TFRS S2 ก็เปรียบเสมือนแว่นขยายที่เจาะลึกลงไปเฉพาะเรื่อง “การเปิดเผยข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศ” (Climate-related Disclosures) โดยเฉพาะ โดย TFRS S2 ยังคงใช้โครงสร้างการรายงานแบบเสาหลัก 4 เสาแบบเดียวกันกับ TFRS S1 คือ การกำกับดูแล กลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และตัวชี้วัดและเป้าหมาย เพียงแต่เพิ่มรายละเอียดเฉพาะด้านสภาพภูมิอากาศเข้าไป โดยเป็นการต่อยอดมาจากกรอบการรายงานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลอยู่แล้วอย่าง Task Force on Climate-related Financial Disclosures หรือ TCFD
ประเภทความเสี่ยงด้านภูมิอากาศที่ต้องเปิดเผยตาม TFRS S2
ความเสี่ยงด้านภูมิอากาศที่ธุรกิจต้องเปิดเผยตาม TFRS S2 แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ดังนี้
ความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risks)
คือ ผลกระทบโดยตรงจากภัยธรรมชาติที่ทำความเสียหายต่อทรัพย์สินและการดำเนินธุรกิจ แบ่งย่อยได้เป็นความเสี่ยงเฉียบพลัน (Acute) เช่น น้ำท่วม พายุ ภัยแล้ง และความเสี่ยงเรื้อรัง (Chronic) เช่น อุณหภูมิที่สูงขึ้นต่อเนื่อง หรือระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนประกันภัยสูงขึ้น สินทรัพย์เสียหาย หรือห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks)
คือ ผลกระทบที่เกิดจากการปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เช่น กฎหมายและนโยบายด้านภาษีคาร์บอนที่เข้มงวดขึ้น การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมถึงความเสี่ยงด้านชื่อเสียงของกิจการหากไม่ปรับตัวตามกระแสโลก
สิ่งที่ธุรกิจต้องเตรียมรับมือเมื่อ TFRS S2 มีผลบังคับใช้
การวัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emissions)
การเปิดเผยข้อมูลตาม TFRS S2 กำหนดให้ธุรกิจต้องวัดและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แบ่งเป็น 3 ขอบเขต (Scope) ได้แก่
Scope 1 คือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงจากกิจกรรมของกิจการเอง
Scope 2 คือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการซื้อพลังงานไฟฟ้าหรือความร้อนมาใช้
Scope 3 คือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ
ทั้งนี้ ในช่วงเปลี่ยนผ่าน หน่วยงานกำกับดูแลของไทยได้ผ่อนปรนให้ธุรกิจเริ่มเปิดเผยเฉพาะ Scope 1 และ 2 ก่อน ส่วน Scope 3 จะเริ่มบังคับใช้ภายหลัง
การวิเคราะห์ฉากทัศน์ (Scenario Analysis)
คือการจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น หากอุณหภูมิโลกสูงขึ้นตามระดับที่กำหนด จะส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของกิจการอย่างไรบ้าง ซึ่งการวิเคราะห์ฉากทัศน์นี้ถือเป็นข้อกำหนดภาคบังคับของ TFRS S2 ที่แตกต่างจาก TFRS S1 ที่ยังไม่ได้บังคับไว้อย่างเข้มงวดเท่า
สรุปส่งท้าย
จะเห็นได้ว่าทั้ง TFRS S1 และ TFRS S2 คือสองมาตรฐานสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนได้อย่างครบถ้วนและโปร่งใสมากขึ้น แต่นอกเหนือจากการรายงานข้อมูลนอกงบการเงินเหล่านี้แล้ว ตัวเลขและรูปแบบในงบการเงินหลักของธุรกิจเองก็กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นกัน
ภาพรวม… แผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศปีพ.ศ. 2564 – 2573 – กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) ของ ธปท
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TFRS S2
TFRS S2 มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนอย่างไร?
TFRS S2 ช่วยให้นักลงทุนเห็นว่า ความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจกระทบต่อรายได้ ต้นทุน สินทรัพย์ และแนวโน้มธุรกิจในอนาคตอย่างไร
ธุรกิจควรเริ่มเตรียมข้อมูล TFRS S2 จากอะไร?
ควรเริ่มจากการระบุความเสี่ยงและโอกาส (Climate Risks & Opportunities), จัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก (GHG Inventory) และ เชื่อมโยงสู่ผลกระทบทางการเงิน โดยนำข้อมูลความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศมาประเมินร่วมกับตัวเลขทางการเงินเพื่อวางแผนรับมือตั้งแต่ต้น
การทำ TFRS S2 เป็นหน้าที่ของฝ่ายบัญชีเพียงฝ่ายเดียวหรือไม่?
ไม่ใช่ การรายงานตาม TFRS S2 ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายในองค์กร (Cross-functional Team) เนื่องจากต้องใช้ข้อมูลหลากหลายมิติ อาทิ ผู้บริหาร / คณะกรรมการ, ฝ่ายความยั่งยืน / ฝ่ายปฏิบัติการ, ฝ่ายบริหารความเสี่ยง และ ฝ่ายบัญชีและการเงิน
เขียนและเรียบเรียงโดย อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน)
FSA, FIA, FRM, FSAT, MBA, MScFE (Hons), B.Eng (Hons)
อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย และอาจารย์บรรยายด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงานด้วยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามมาตรฐานบัญชี ฉบับที่ 19 TAS19 IAS19
คุณศุภิชา ตั้งวิมลวุฒิวงศ์ Tel: (+66) 87-100-7199 E-mail: supicha@actuarialbiz.com
คุณลักษณา ชัยวุฒิธร โทร: (+66) 81-071-4060 E-mail: abs.office@actuarialbiz.com




