top of page

การที่บริษัทมีการปรับเปลี่ยนนโยบาย HR จะส่งผลต่อการคำนวณผลประโยชน์พนักงานอย่างไรบ้าง?

การที่บริษัทมีการปรับเปลี่ยนนโยบาย HR จะส่งผลต่อการคำนวณผลประโยชน์พนักงานอย่างไรบ้าง?

การที่บริษัทกำลังจะปรับนโยบาย HR ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นเงินเดือน เพิ่มสวัสดิการ หรือขยายอายุเกษียณ ฟังดูเป็นข่าวดีสำหรับพนักงาน แต่ในอีกมุมหนึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้ตัวเลขในงบการเงินของบริษัทเปลี่ยนไปด้วย


สาเหตุเป็นเพราะนโยบาย HR หลายเรื่องมีผลโดยตรงต่อการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน ซึ่งเป็นภาระที่บริษัทต้องบันทึกตามมาตรฐานบัญชี บทความนี้จะมาอธิบายถึง ว่าการปรับนโยบายแต่ละแบบส่งผลต่อการคำนวณอย่างไร เพื่อให้ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่าย HR และฝ่ายบัญชีเข้าใจและสามารถวางแผนได้อย่างรอบคอบมากขึ้น


ผลประโยชน์พนักงานคืออะไร ทำไมบริษัทจึงต้องคำนวณ

ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่า “ผลประโยชน์พนักงาน” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงแค่เงินเดือนที่จ่ายทุกเดือน แต่ยังรวมถึงสิทธิประโยชน์ที่บริษัทมีหน้าที่จ่ายให้พนักงานในอนาคตตามกฎหมายคือ เงินชดเชยเมื่อเกษียณอายุ และสิทธิประโยชน์ที่เป็นนโยบายของ HR  คือ ผลประโยชน์ระยะยาวอื่น ๆ ตามนโยบายของบริษัท เช่น เงินรางวัลที่บริษัทตอบแทนให้พนักงานที่มีอายุงานถึงกำหนด


ดังนั้นเมื่อบริษัทมีภาระที่ต้องจ่ายในอนาคต มาตรฐานการบัญชีจึงกำหนดให้บริษัทต้องประเมินมูลค่าของภาระนั้นเอาไว้ล่วงหน้าและบันทึกไว้ในงบการเงิน เพื่อให้เห็นว่าบริษัทมีภาระที่ต้องรับผิดชอบอยู่เท่าไร


หากสมมติว่าพนักงานอายุงานเหลืออีก 10 ปีจะเกษียณ และกฎหมายกำหนดให้ได้เงินชดเชย 1 ล้านบาทในวันนั้น

  • หากบริษัทรอจ่ายปีที่ 10 ทีเดียว งบการเงินของปีนั้นจะขาดทุนหนักเพราะมีค่าใช้จ่ายก้อนโตโผล่ขึ้นมาแบบตั้งตัวไม่ทัน

  • แต่ถ้าบริษัทใช้วิธีทางบัญชี ทยอยรับรู้ค่าใช้จ่ายปีละ 1 แสนบาท เป็นเวลา 10 ปี งบการเงินก็จะสะท้อนความเป็นจริงและบริหารกระแส

    เงินสดได้ราบรื่นกว่ามาก


และเพื่อให้แน่ใจว่า ณ วันที่ต้องจ่ายเงินเกษียณให้กับพนักงาน บริษัทจะมีเงินสำรองเพียงพอที่จะจ่ายให้กับพนักงาน ซึ่งนี่คือความสำคัญของการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน 


แล้วการปรับขึ้นเงินเดือน ส่งผลอย่างไร?

นโยบาย HR ที่ส่งผลต่อการคำนวณมากที่สุด คือ "การขึ้นเงินเดือน"

สาเหตุเพราะเงินชดเชยเกษียณจะคำนวณจาก “ประมาณการเงินเดือน ณ วันเกษียณ” ดังนั้นหากบริษัทมีนโยบายขึ้นเงินเดือนมากขึ้น เงินเดือนในอนาคตก็มีแนวโน้มสูงขึ้นตาม


ยกตัวอย่างเช่น เดิมบริษัทคาดว่าจะขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยปีละ 3% แต่เปลี่ยนนโยบายเป็นปีละ 5% เมื่อเวลาผ่านไปเงินเดือนพนักงานก่อนเกษียณจะสูงกว่าเดิม ส่งผลให้เงินชดเชยที่บริษัทต้องจ่ายเพิ่มขึ้นด้วย


แม้ว่าบริษัทจะยังไม่ได้จ่ายเงินจริงในวันนี้ แต่ภาระที่คาดว่าจะต้องจ่ายในอนาคตก็เพิ่มขึ้น และต้องสะท้อนอยู่ในงบการเงินเช่นกัน


การเพิ่มสวัสดิการ ก็อาจเพิ่มภาระของบริษัท

หลายองค์กรเลือกเพิ่มสวัสดิการเพื่อดูแลพนักงาน เช่น

  • เงินรางวัลอายุงาน

  • โบนัสพิเศษเมื่อทำงานครบจำนวนปี

  • เงินก้อนเพิ่มเติมเมื่อเกษียณ

  • ของรางวัลสำหรับพนักงานที่ทำงานกับบริษัทมานา

แม้สวัสดิการเหล่านี้จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้พนักงาน แต่ในมุมของบัญชี สิ่งเหล่านี้ถือเป็นภาระที่บริษัทอาจต้องจ่ายในอนาคต จึงต้องนำมาคำนวณและบันทึกไว้ล่วงหน้าเช่นเดียวกันกับเงินเกษียณ


การปรับอายุเกษียณและอัตราการลาออก

อีกสองปัจจัยที่มักถูกมองข้ามคือ การปรับอายุเกษียณ และ แนวโน้มอัตราการลาออกของพนักงาน

หากบริษัทขยายอายุเกษียณจาก 55 ปี เป็น 60 ปี ระยะเวลาที่พนักงานทำงานก็ยาวขึ้น อายุงานที่ใช้คำนวณเงินชดเชยก็เปลี่ยนไป ส่งผลต่อตัวเลขภาระผุกพันโดยตรง เช่นเดียวกับอัตราการลาออก หากบริษัทมีนโยบายที่ทำให้พนักงานอยู่นานขึ้น สัดส่วนคนที่จะอยู่จนเกษียณก็มากขึ้น ภาระที่ต้องจ่ายจึงเพิ่มตาม


การคำนวณผลประโยชน์พนักงานจึงต้องอาศัยสมมติฐานหลายอย่างประกอบกัน ทั้งอัตราการขึ้นเงินเดือน อัตราการลาออก อัตราคิดลด และตารางมรณะ ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial) โดยเฉพาะ


ทำไมทุกครั้งที่เปลี่ยนนโยบาย HR จึงควรประเมินใหม่

หลายคนอาจสงสัยว่า แค่ปรับนโยบาย HR ทำไมต้องกลับมาคำนวณใหม่ทุกครั้ง

เหตุผลคือ มาตรฐานบัญชี TAS19 กำหนดให้การคำนวณผลประโยชน์พนักงานต้องอ้างอิงจาก “ข้อมูลและสมมติฐานล่าสุด”

ดังนั้น หากบริษัทมีการเปลี่ยนนโยบาย เช่น

  • ปรับอัตราการขึ้นเงินเดือน

  • เพิ่มสวัสดิการ

  • เปลี่ยนอายุเกษียณ

  • หรือโครงสร้างพนักงานเปลี่ยนไป


ตัวเลขที่เคยคำนวณไว้ก็อาจไม่สะท้อนความเป็นจริงอีกต่อไป จึงควรประเมินใหม่ เพื่อให้งบการเงินแสดงข้อมูลได้ถูกต้อง และลดความเสี่ยงเมื่อต้องผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี


ABS Valuation เปลี่ยนนโยบาย HR อย่างมั่นใจ ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง


การที่บริษัทมีการปรับเปลี่ยนนโยบาย HR จะส่งผลต่อการคำนวณผลประโยชน์พนักงานอย่างไรบ้าง?

หากองค์กรกำลังวางแผนปรับนโยบาย HR หรือทบทวนสวัสดิการพนักงาน การประเมินผลประโยชน์พนักงานให้ถูกต้องตามมาตรฐาน TAS19 ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงของนโยบาย อาจส่งผลต่อตัวเลขหนี้สิน ค่าใช้จ่าย และงบการเงินขององค์กร


ทีมงาน ABS Valuation มีความเชี่ยวชาญด้านการประเมินผลประโยชน์พนักงานตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial Science) พร้อมช่วยวิเคราะห์ผลกระทบจากนโยบาย HR และจัดทำรายงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานบัญชีรองรับการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีได้อย่างมั่นใจ

หากต้องการพูดคุยหรือปรึกษาแนวทางเบื้องต้น ทีมงาน ABS Valuation ยินดีให้คำแนะนำเพื่อช่วยให้องค์กรของคุณวางแผนได้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ และตัดสินใจได้บนข้อมูลที่ถูกต้องมากขึ้น


เขียนและเรียบเรียงโดย อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน)

FSA, FIA, FRM, FSAT, MBA, MScFE (Hons), B.Eng (Hons)

อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย และอาจารย์บรรยายด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงานด้วยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามมาตรฐานบัญชี ฉบับที่ 19 TAS19 IAS19


คุณศุภิชา ตั้งวิมลวุฒิวงศ์ Tel: (+66) 87-100-7199 E-mail: supicha@actuarialbiz.com

คุณลักษณา ชัยวุฒิธร โทร: (+66) 81-071-4060 E-mail: abs.office@actuarialbiz.com

 
 
bottom of page