top of page
Untitled-1-01_edited.png

ผู้สอบบัญชีที่ดีไม่เคยหยุดเรียนรู้ เพราะมาตรฐานการบัญชี กฎหมาย และแนวปฏิบัติทางวิชาชีพมีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา หากคุณต้องการประเมินความรู้ของตนเอง ทบทวนประเด็นสำคัญ และเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติงานหรือการสอบ แบบทดสอบนี้คือจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุด คำถามทุกข้อได้รับการออกแบบจากประเด็นที่พบได้จริงในงานสอบบัญชี พร้อมเฉลย เหตุผล และแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจหลักการได้อย่างถูกต้อง ไม่ใช่เพียงแค่จำคำตอบ การทดสอบเพียงไม่กี่นาที อาจช่วยให้คุณค้นพบจุดที่ควรพัฒนา เพิ่มความมั่นใจในการปฏิบัติงาน และยกระดับความเป็นมืออาชีพในฐานะผู้สอบบัญชีได้อย่างแท้จริง

checklist (4).png

CPA Exam

CPA คืออะไร ต่างจากผู้ทำบัญชีและ CPD อย่างไร พร้อมวิธีสอบ คุณสมบัติ และวิชาที่ต้องสอบ

ในสายงานบัญชี หลายคนมักสับสนระหว่างคำว่า “ผู้ทำบัญชี”, “CPA” และ “CPD” เพราะทั้ง 3 คำเกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชีเหมือนกัน แต่ความหมายและหน้าที่ต่างกันอย่างชัดเจน โดยสรุปคือ ผู้ทำบัญชีคือผู้รับผิดชอบการทำบัญชีของกิจการ, CPA คือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่สามารถตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินได้ ส่วน CPD คือชั่วโมงพัฒนาความรู้ต่อเนื่องที่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีต้องเก็บตามเกณฑ์ที่กำหนด

​

CPA คืออะไร

CPA ย่อมาจาก Certified Public Accountant หรือ “ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต” เป็นผู้ที่มีสิทธิตรวจสอบบัญชีและลงนามรับรองรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงินได้ ผู้ที่จะเป็น CPA ต้องผ่านกระบวนการตามหลักเกณฑ์ของสภาวิชาชีพบัญชี ทั้งเรื่องคุณสมบัติการฝึกหัดงานสอบบัญชี การสอบความรู้ และการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตพูดง่าย ๆ คือ CPA ไม่ใช่คนทำบัญชีทั่วไป แต่เป็นผู้ที่มีใบอนุญาตในการ “สอบบัญชี” และสามารถเซ็นรับรองงบการเงินตามหน้าที่ของผู้สอบบัญชีได้

​

ผู้ทำบัญชีคืออะไร

ผู้ทำบัญชี คือผู้รับผิดชอบในการทำบัญชีของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ไม่ว่าจะทำในฐานะลูกจ้างของกิจการ หรือไม่ได้เป็นลูกจ้างก็ตาม ส่วน “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี” หมายถึงกิจการหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่ต้องจัดให้มีการทำบัญชีตามกฎหมาย เช่น บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน หรือกิจการที่กฎหมายกำหนด

​

ผู้ทำบัญชีต่างจาก CPA อย่างไร

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ “บทบาท” และ “สิทธิในการลงนาม”
ผู้ทำบัญชีคือผู้จัดทำบัญชีให้กิจการ อาจเป็นพนักงานบัญชี เจ้าหน้าที่บัญชี หัวหน้าบัญชี หรือสำนักงานบัญชีที่รับทำบัญชีให้ลูกค้า ส่วน CPA คือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ทำหน้าที่ตรวจสอบงานบัญชีที่จัดทำแล้ว และลงนามในรายงานของผู้สอบบัญชี


คนหนึ่งคนสามารถเป็นได้ทั้งผู้ทำบัญชีและ CPA หากมีคุณสมบัติครบทั้งสองด้าน แต่ในทางปฏิบัติต้องระวังเรื่องความเป็นอิสระ เพราะคนที่จัดทำบัญชีให้กิจการเดียวกัน ไม่ควรเป็นคนตรวจสอบและรับรองงบการเงินของกิจการนั้นเอง

​

ดังนั้น “ผู้ทำบัญชี” กับ “CPA” ไม่ใช่คำเดียวกัน ผู้ทำบัญชีมีหน้าที่จัดทำบัญชี บันทึกบัญชี ปิดบัญชี และจัดทำงบการเงิน ส่วน CPA มีหน้าที่ตรวจสอบงบการเงินและแสดงความเห็นต่องบการเงิน

​

CPD คืออะไร

CPD ย่อมาจาก Continuing Professional Development หมายถึงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี ไม่ใช่ใบอนุญาต ไม่ใช่ตำแหน่ง และไม่ใช่ข้อสอบแบบ CPA แต่เป็น “ชั่วโมงอบรมหรือกิจกรรมพัฒนาความรู้” ที่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีต้องเก็บและแจ้งตามเกณฑ์
ดังนั้น ไม่ควรพูดว่า “เป็น CPD” แต่ควรพูดว่า “เก็บชั่วโมง CPD” หรือ “ยื่นชั่วโมง CPD”

​

ผู้ทำบัญชีต้องเก็บ CPD กี่ชั่วโมง

ผู้ทำบัญชีต้องเก็บ CPD ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน โดยต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับการบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ระบบกำหนดให้ยื่นชั่วโมงด้านจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงด้วย

​

CPA ต้องเก็บ CPD กี่ชั่วโมง

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือ CPA ต้องเก็บ CPD รวม 40 ชั่วโมงต่อปี แบ่งเป็นชั่วโมง CPD ที่เป็นทางการอย่างน้อย 20 ชั่วโมง และชั่วโมง CPD ที่ไม่เป็นทางการ 20 ชั่วโมง โดยในชั่วโมงทางการต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับการบัญชีหรือการสอบบัญชีไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง และจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง รวมทั้งเนื้อหาด้านอื่นตามประกาศของสภาวิชาชีพบัญชี สำหรับชั่วโมงส่วนที่เกินของชั่วโมงที่เป็นทางการสามารถนับเป็นชั่วโมง CPD ที่ไม่เป็นทางการได้

​

อยากเป็นผู้ทำบัญชีต้องทำอย่างไร

เส้นทางของผู้ทำบัญชีโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องสอบ CPA แต่ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด เช่น มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย มีความรู้ภาษาไทยเพียงพอ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะประกอบวิชาชีพ เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี ไม่เคยต้องโทษจำคุกตามมาตรา 39 (3) ของ พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี 2547 ผ่านการทดสอบตามหลักเกณฑ์ที่กรมกำหนด รับทำบัญชีได้ไม่เกิน 100 งบการเงินต่อปีปฏิทิน แจ้งรายละเอียดการทำบัญชี ทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับทำบัญชี และมีวุฒิการศึกษาด้านบัญชีตามประเภทกิจการที่รับผิดชอบ โดยบางกรณีอาจใช้วุฒิไม่ต่ำกว่าอนุปริญญาหรือ ปวส. ทางการบัญชีได้ แต่หากเป็นกิจการขนาดใหญ่ บริษัทมหาชน นิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในไทย หรือกิจการร่วมค้า โดยทั่วไปต้องใช้วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชี นอกจากนี้ ผู้ที่ต้องการเป็นผู้ทำบัญชีควรตรวจสอบรายชื่อหลักสูตรหรือคุณวุฒิด้านบัญชีที่เกี่ยวข้องผ่านระบบของสภาวิชาชีพบัญชีได้ที่ ระบบตรวจสอบคุณวุฒิการศึกษาของสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อให้มั่นใจว่าวุฒิการศึกษาสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนด

​

อยากเป็น CPA ต้องทำอย่างไร

เส้นทางการเป็น CPA มีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

  1. มีวุฒิการศึกษาด้านบัญชีตามที่กำหนด
    ผู้สมัครต้องมีคุณวุฒิด้านบัญชีตามหลักเกณฑ์ที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด โดยทั่วไปคือจบการศึกษาด้านบัญชีหรือมีวุฒิที่สภาวิชาชีพบัญชีรับรอง

  2. สมัครเป็นผู้ฝึกหัดงานสอบบัญชี
    ผู้ที่ต้องการเป็น CPA ต้องเข้าสู่ระบบผู้ฝึกหัดงานสอบบัญชี และฝึกงานภายใต้ผู้ให้การฝึกหัดงานตามหลักเกณฑ์ของสภาวิชาชีพบัญชี

  3. เก็บชั่วโมงฝึกหัดงานสอบบัญชี
    การฝึกหัดงานต้องไม่น้อยกว่า 3 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่ยื่นคำขอแจ้งการฝึกหัดงาน และต้องมีเวลาฝึกหัดงานรวมไม่น้อยกว่า 3,000 ชั่วโมง

  4. สอบ CPA ให้ผ่านครบ 6 วิชา
    การสอบ CPA เป็นการสอบรายวิชา ไม่ใช่ “6 Level” ตามที่หลายคนเข้าใจ โดยมีรายวิชาที่ต้องสอบทั้งหมด 6 วิชา ได้แก่ การบัญชี 1, การบัญชี 2, การสอบบัญชี 1, การสอบบัญชี 2, กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 1 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 2

  5. ยื่นขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
    เมื่อฝึกหัดงานครบตามเกณฑ์และสอบผ่านครบทุกวิชาแล้ว จึงยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือ CPA

​​

CPA สอบกี่วิชา

CPA ต้องสอบทั้งหมด 6 วิชา ได้แก่

  1. การบัญชี 1
    เน้นความรู้เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีและงบการเงิน เช่น กรอบแนวคิดสำหรับการรายงานทางการเงิน สินทรัพย์ หนี้สิน ภาษีเงินได้ การด้อยค่า ผลประโยชน์พนักงาน เครื่องมือทางการเงิน และมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง โดย TFRS 9 เรื่องเครื่องมือทางการเงินอยู่ในวิชาการบัญชี 1 และ TFRS 16 ฝั่งผู้เช่าอยู่ในวิชาการบัญชี 1

  2. การบัญชี 2
    เน้นรายได้ การนำเสนองบการเงิน การเปิดเผยข้อมูล การบัญชีต้นทุน และเรื่องอื่น ๆ เช่น TFRS 15 รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า, TFRS 17 สัญญาประกันภัย, TFRS 2 การจ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์, TFRS 13 การวัดมูลค่ายุติธรรม และ TFRS 16 ฝั่งผู้ให้เช่า

  3. การสอบบัญชี 1
    เน้นพื้นฐานและแนวคิดของงานสอบบัญชี หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้สอบบัญชี กระบวนการตรวจสอบ หลักฐานการสอบบัญชี และความรู้เกี่ยวกับการสอบบัญชีของกิจการที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลด้วย

  4. การสอบบัญชี 2
    เน้นงานสอบบัญชีในระดับที่ลึกขึ้น เช่น ข้อตกลงในการรับงานสอบบัญชี การควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชี การวางแผนการตรวจสอบงบการเงิน การประเมินความเสี่ยง การตรวจสอบรายการสำคัญ การรายงานของผู้สอบบัญชี การสอบทานงบการเงิน และกรณีเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบงบการเงิน

  5. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 1
    เน้นกฎหมายธุรกิจและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพ ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยการบัญชี ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (เฉพาะบรรพ 3 หุ้นส่วนและบริษัท) กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

  6. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 2
    เน้นกฎหมายภาษีอากร ประมวลรัษฎากร กฎหมายวิชาชีพบัญชี จรรยาบรรณ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของผู้สอบบัญชี

​

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมแต่ละรายวิชาได้ที่: CPA exam applicant | สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สำนักงานใหญ่)

​

สรุปความแตกต่างระหว่างผู้ทำบัญชี CPA และ CPD

ผู้ทำบัญชี คือผู้รับผิดชอบจัดทำบัญชีของกิจการ ไม่จำเป็นต้องเป็น CPA แต่ต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด และต้องเก็บ CPD ของผู้ทำบัญชี
CPA คือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ต้องสอบผ่าน 6 วิชา ฝึกหัดงานครบตามเกณฑ์ และขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หลังจากเป็น CPA แล้วต้องเก็บ CPD ของ CPA ทุกปี


CPD คือชั่วโมงพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง ไม่ใช่ใบอนุญาตและไม่ใช่ตำแหน่ง แต่เป็นสิ่งที่ผู้ทำบัญชีและ CPA ต้องเก็บเพื่อรักษาสถานะทางวิชาชีพ

​

เขียนและเรียบเรียงโดย อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน)

FSA, FIA, FRM, FSAT, MBA, MScFE (Hons), B.Eng (Hons)

ผู้บริหารบริษัท แอคชัวเรียล บิสซิเนส โซลูชั่น จำกัด (Actuarial Business Solutions - ABS) นักคณิตศาสตร์ประกันภัยคุณวุฒิสูงสุดระดับเฟลโล่

อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย และอาจารย์บรรยายด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงานด้วยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามมาตรฐานบัญชี ฉบับที่ 19

CONTACT

คุณศุภิชา ตั้งวิมลวุฒิวงศ์

Tel: (+66) 87-100-7199

E-mail: supicha@actuarialbiz.com

คุณลักขณา ชัยวุฒิธร

Tel: (+66) 81-071-4060

E-mail: abs.office@actuarialbiz.com

Facebook นักคณิตศาสตร์ประกันภัย - ทอมมี่ แอคชัวรี Actuary
YouTube
Tiktok actuarialbiz ABS Academy
bottom of page