top of page

TFRS S1 คืออะไร? เรื่องใหม่ที่ธุรกิจยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้

TFRS S1 คืออะไร? เรื่องใหม่ที่ธุรกิจยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้


ต่อเนื่องจากบทความก่อนหน้าที่กล่าวถึง LCE ไปแล้ว อีกหนึ่งมาตรฐานสำคัญที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าการรายงานของธุรกิจไทย นั่นก็คือ TFRS S1 มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนฉบับแรกที่ธุรกิจไทยต้องเริ่มทำความรู้จักตั้งแต่วันนี้เพื่อให้ปรับตัวเข้ากับเปลี่ยนแปลงนี้ได้ยังทันท่วงที


ทำความเข้าใจ TFRS S1 แบบง่าย ๆ

TFRS S1 คือมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน (Sustainability-related Financial Information) พูดง่าย ๆ ก็เหมือนสปอตไลต์ที่ส่องให้ทุกคนเห็นว่าธุรกิจของเรามีความเสี่ยงหรือโอกาสด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) อยู่ตรงไหนบ้าง


โดยมาตรฐาน TFRS S1 พัฒนาต่อยอดมาจากมาตรฐานสากลอย่าง IFRS S1 ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมการมาตรฐานความยั่งยืนสากล หรือ ISSB (International Sustainability Standards Board) ที่ประกาศใช้ครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2566 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างมาตรฐานกลาง (Global Baseline) ให้นักลงทุนทั่วโลกสามารถเปรียบเทียบข้อมูลความยั่งยืนของบริษัทต่าง ๆ ได้อย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน


สำหรับประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำลังผลักดันให้มีการนำมาตรฐานนี้มาใช้ โดยคาดว่าบริษัทในกลุ่ม SET50 จะต้องเริ่มจัดทำข้อมูลตามมาตรฐาน ISSB ตั้งแต่รอบปีบัญชี 2569 เพื่อรายงานในปี 2570 เป็นต้นไป


เสาหลัก 4 ด้านที่ทุกธุรกิจต้องรายงาน

โครงสร้างการรายงานตามมาตรฐาน TFRS S1 ประกอบด้วย 4 แกนหลักสำคัญ ดังนี้


  1. การกำกับดูแล (Governance)

โดยเป็นการเปิดเผยว่าคณะกรรมการบริษัทหรือผู้บริหารระดับสูงมีบทบาทหน้าที่ ทักษะ และความถี่ในการกำกับดูแลเรื่องความยั่งยืนอย่างไร มีการกำหนดผู้รับผิดชอบชัดเจนหรือไม่ และมีการเชื่อมโยงผลตอบแทนของผู้บริหารกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนหรือไม่


  1. กลยุทธ์ (Strategy)

เพื่ออธิบายว่าความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนส่งผลต่อโมเดลธุรกิจและแผนการเงินของกิจการอย่างไร รวมถึงความสามารถในการปรับตัวหรือฟื้นตัว (Resilience) ต่อความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในระยะสั้น กลาง และยาว


  1. การบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management)

เป็นการเปิดเผยกระบวนการค้นหา ประเมิน จัดลำดับความสำคัญ และติดตามความเสี่ยงด้านความยั่งยืน พร้อมทั้งอธิบายว่ากระบวนการเหล่านี้ถูกผนวกเข้ากับการบริหารความเสี่ยงโดยรวมขององค์กรอย่างไร


  1. ตัวชี้วัดและเป้าหมาย (Metrics and Targets)

เพื่อระบุว่าใช้ตัวชี้วัดใดในการวัดผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ตั้งเป้าหมายไว้อย่างไร และผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่


ทำไม TFRS S1 ถึงสำคัญต่อผู้ลงทุน

ปัจจุบันตัวเลขทางการเงินในงบการเงินแบบเดิมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจลงทุนอีกต่อไป ข้อมูลจากผู้ลงทุนที่ร่วมลงนามใน Principles for Responsible Investment (PRI) ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกันกว่า 89.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ เดือนมีนาคม 2568 สะท้อนให้เห็นว่าการผนวกข้อมูลความยั่งยืนเข้ากับการตัดสินใจลงทุนกลายเป็นกระแสหลักไปแล้ว นักลงทุนต้องการเห็นภาพรวมความยั่งยืนของธุรกิจ เพื่อประเมินความเสี่ยงในระยะยาว ความสามารถในการแข่งขัน และโอกาสในการเติบโตของกิจการ การที่ธุรกิจสามารถเปิดเผยข้อมูลตาม TFRS S1 ได้อย่างครบถ้วนและโปร่งใส จึงเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี


บทสรุปและก้าวต่อไป

ดังนั้น TFRS S1 คือจุดเริ่มต้นสำคัญของการรายงานความยั่งยืนที่ทุกธุรกิจไทยต้องเตรียมพร้อม แต่ความยั่งยืนไม่ได้มีแค่มิติเดียว โดยเฉพาะอย่างยิงที่เรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจะมาเป็นส่วนสำคัญถัดไปในการรายงานความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรเช่นกัน


FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TFRS S1

TFRS S1 กับ IFRS S1 ต่างกันอย่างไร?

IFRS S1 คือมาตรฐานสากลฉบับต้นแบบที่ออกโดย ISSB (International Sustainability Standards Board) เพื่อใช้เป็นเกณฑ์กลางระดับโลก ส่วน TFRS S1 คือมาตรฐานของประเทศไทย ที่สภาวิชาชีพบัญชีฯ และหน่วยงานกำกับดูแล (เช่น ก.ล.ต.) นำหลักการของ IFRS S1 มายกร่างและปรับบริบทให้สอดคล้องกับกฎหมาย โครงสร้างธุรกิจ และสภาพแวดล้อมของประเทศไทย

TFRS S1 เน้นการเปิดเผยข้อมูล ความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนทุกมิติ (ESG) ที่มีผลกระทบต่อสถานะทางการเงินและการดำเนินงานขององค์กร โดยกำหนดกรอบการรายงานครอบคลุม 4 เสาหลัก ได้แก่ การกำกับดูแล (Governance), กลยุทธ์ (Strategy), การบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) และ ตัววัดและเป้าหมาย (Metrics & Targets)

ไม่จำเป็นต้องใช้ทันทีทุกแห่ง การบังคับใช้จะเริ่มต้นแบบทยอยเป็นเฟส (Phased Approach) โดยเน้นไปที่ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET / mai) และกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล (เช่น ก.ล.ต.) ส่วนธุรกิจขนาดเล็ก กิจการที่มีความซับซ้อนน้อย (LCE) หรือภาคเอกชนทั่วไป ในช่วงแรกยังเป็นการปรับใช้โดยสมัครใจ หรือเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับข้อกำหนดจากคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน (Value Chain)


เขียนและเรียบเรียงโดย อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน)

FSA, FIA, FRM, FSAT, MBA, MScFE (Hons), B.Eng (Hons)

อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย และอาจารย์บรรยายด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงานด้วยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามมาตรฐานบัญชี ฉบับที่ 19 TAS19 IAS19


คุณศุภิชา ตั้งวิมลวุฒิวงศ์ Tel: (+66) 87-100-7199 E-mail: supicha@actuarialbiz.com

คุณลักษณา ชัยวุฒิธร โทร: (+66) 81-071-4060 E-mail: abs.office@actuarialbiz.com

 
 
bottom of page