ข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน
- อาจารย์ทอมมี่ พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน

- Sep 19
- 1 min read
Updated: Nov 4

การคำนวณผลประโยชน์พนักงานตามมาตรฐานการบัญชีไทย ฉบับที่ 19 (TAS19) เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและอาจจะไกลตัวไปบ้างสำหรับคนที่ไม่เคยคำนวณมาก่อน ดังนั้นเราจึงได้สรุปสิ่งที่มักจะเข้าใจผิดหรือข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นมาให้ 5 ข้อดังนี้
คำนวณผลประโยชน์พนักงานจากเงินเดือนเท่านั้น
ค่าชดเชยเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงานระบุให้ต้องคำนวณจากค่าจ้าง ทว่าหลายคนมักเข้าใจผิดว่าค่าจ้างในที่นี้ก็คือเงินเดือน แต่จริง ๆ แล้วจะต้องรวมถึงเงินประจำตำแหน่ง ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าครองชีพ และเงินอื่น ๆ ที่จ่ายเป็นประจำทุกเดือน เดือนละเท่า ๆ กันด้วย ดังนั้นศาลฎีกาได้ตัดสินชัดเจนว่าการคำนวณผลประโยชน์พนักงานต้องนับรวมทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ที่นายจ้างจะใช้เอาเปรียบพนักงาน
ตัวอย่างเช่น หากเงินเดือนพนักงาน 25,000 บาท แต่มีค่าตำแหน่ง 5,000 บาท และค่าเบี้ยเลี้ยง 3,000 บาท การคำนวณเงินชดเชยจะต้องนับรวมทั้งหมด 33,000 บาท ไม่ใช่แค่ 25,000 บาท
ขอเกษียณอายุ ไม่เท่ากับขอลาออก
ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน การที่พนักงานยื่นความจำนงจะเกษียณอายุ ไม่ถือว่าเป็นการขอลาออกแต่ถือเป็นการเลิกจ้าง ซึ่งหมายความว่านายจ้างต้องคำนวณและจ่ายเงินชดเชยให้พนักงานตามกฎหมาย ไม่ว่าจะมีการระบุอายุเกษียณหรือไม่ก็ตาม กรณีที่บริษัทไม่ได้กำหนดอายุเกษียณที่ชัดเจน หรือกำหนดไว้มากกว่า 60 ปี เช่น 65 ปี หรือ 70 ปี พนักงานยังคงมีสิทธิ์ที่จะขอเกษียณเมื่ออายุครบ 60 ปี โดยไม่ต้องรอให้ถึงอายุที่กำหนดในสัญญา
ภาระผูกพันจากการอนุมาน
บางครั้งบริษัทอาจมีนโยบายหรือปฏิบัติที่พนักงานคาดหวังว่าจะได้รับ เช่น การจัดงานเลี้ยงประจำปี หรือการแจกทองเมื่อทำงานครบ 10 ปี แม้ไม่ได้ระบุชัดเจนในสัญญาจ้าง แต่เมื่อพนักงานคาดหวังและได้รับอย่างสม่ำเสมอ ก็ถือเป็นภาระผูกพันตามมาตรฐาน TAS19 ที่นายจ้างต้องคำนวณไว้ การคำนวณผลประโยชน์พนักงานในส่วนนี้จะช่วยป้องกันการเกิดปัญหาในอนาคตหากพนักงานเรียกร้องสิทธิ์ตามความคาดหวังนั้น ๆ
ต้องดูปีที่ประเมินใหม่ให้ดี
การคำนวณผลประโยชน์พนักงานตามมาตรฐาน TAS 19 ไม่ว่าประเมินปีใด จะได้ผลลัพธ์ผลลัพธ์เป็นหนี้สิน ณ สิ้นปีนั้น ๆ และค่าใช้จ่ายล่วงหน้าของปีถัด ๆ ไป แต่จะไม่มีค่าใช้จ่ายของปีที่ประเมิน ดังนั้นถ้าเล่มรายงานที่ได้มานั้นมีค่าใช้จ่ายล่วงหน้าของปีใด ก็ต้องประเมินใหม่ในปีนั้น ไม่ใช่รอไปอีก 1 ปี
เช่น ถ้าประเมินปี 20X5 จะได้ผลลัพธ์คือหนี้สิน ณ สิ้นปี 20X5 และค่าใช้จ่ายล่วงหน้าของปี 20X6 – 20X8 ดังนั้นจะต้องประเมินใหม่ในปี 20X8 ไม่ใช่ 20X9
เลือกผู้เชี่ยวชาญให้ถูกต้อง
การคำนวณผลประโยชน์พนักงานควรให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณวุฒิเหมาะสมดำเนินการ โดยเฉพาะนักคณิตศาสตร์ประกันภัยระดับเฟลโล่ ซึ่งเป็นผู้ที่ผ่านการสอบวัดความรู้ทางคณิตศาสตร์ประกันภัยครบถ้วน การเลือกใช้ผู้เชี่ยวชาญระดับนี้จะช่วยให้การคำนวณมีความน่าเชื่อถือและเป็นไปตามมาตรฐาน TAS19 หรือมาตรฐานสากล เช่น IAS19
แน่นอนว่า หากคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญได้อย่างเหมาะสม จะสามารถป้องกันข้อผิดพลาดในข้อ 1 – 4 ไม่ให้เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบริษัทที่ไม่เคยคำนวณผลประโยชน์พนักงานตาม TAS19 หรือบริษัทที่มีการเปลี่ยนมาตรฐานรายงานทางการเงินเป็น PAEs ที่ต้องการคำนวณตามมาตรฐานเป็นครั้งแรก จึงอาจกล่าวได้ว่าข้อ 5 นี้ค่อนข้างสำคัญเลยทีเดียว
ทั้งนี้ หากองค์กรของคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญในการคำนวณผลประโยชน์พนักงานตาม TAS19 บริษัท ABS พร้อมให้บริการอย่างครบวงจร ด้วยนักคณิตศาสตร์ประกันภัยระดับเฟลโล่จากประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และไทย ทั้งยังมีประสบการณ์ในด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยอย่างยาวนานกว่า 25 ปี รวมถึงทีมงานคุณภาพ สามารถรับประกันความถูกต้องแม่นยำด้วยฐานลูกค้ากว่า 2,000 บริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศ
อ้างอิงจาก: https://www.tommypichet.com/post/article70
เขียนและเรียบเรียงโดย อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน)
FSA, FIA, FRM, FSAT, MBA, MScFE (Hons), B.Eng (Hons)
อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย และอาจารย์บรรยายด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงานด้วยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามมาตรฐานบัญชี ฉบับที่ 19
ขอสงวนสิทธิ์ของเนื้อหาในบทความ ไม่ให้นำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ใด ๆ ในเชิงพาณิชย์ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากทางบริษัท ABS เท่านั้น



