top of page

ประเภทความเสี่ยงทางการเงินที่ควรทราบ วิธีการจัดการความเสี่ยง

ree

การทำธุรกิจก็เหมือนเดินทาง เราไม่รู้ว่าจะเจออะไรระหว่างทาง บางครั้งอาจเจอฟ้าร้องฝนตก บางครั้งอาจเจอเส้นทางที่ขรุขระ แต่ถ้าเราเตรียมตัวดีและรู้จักวางแผนที่จะป้องกัน/จัดการ เราก็จะผ่านอุปสรรคเหล่านั้นไปได้


ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเล็กหรือใหญ่ ทุกธุรกิจล้วนต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางการเงินในรูปแบบต่าง ๆ ความเสี่ยงเหล่านี้อาจส่งผลต่อรายได้ กำไร หรือแม้กระทั่งความอยู่รอดของธุรกิจ การเข้าใจประเภทความเสี่ยง และมีแนวทางรับมือที่ดี จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเจ้าของกิจการและทีมบริหาร


มาดูกันว่ามีความเสี่ยงทางการเงินอะไรบ้างที่เราควรทราบ และจะรับมือกับแต่ละแบบได้อย่างไร

  1. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)

ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง คือ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเมื่อธุรกิจมี "เงินสดไม่เพียงพอ" สำหรับใช้จ่ายในกิจกรรมประจำวัน เช่น จ่ายค่าแรง ค่าวัตถุดิบ หรือค่าบริการต่าง ๆ

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจที่ขายสินค้าแบบให้เครดิตลูกค้า 30 วัน แต่ต้องจ่ายค่าวัตถุดิบทันที อาจทำให้เกิดช่องว่างของกระแสเงินสด (cash flow gap)

วิธีจัดการ

  • วางแผนกระแสเงินสดล่วงหน้า (Cash Flow Forecast)

  • ต่อรองเครดิตกับซัพพลายเออร์

  • มีวงเงินสำรองฉุกเฉิน เช่น OD หรือเงินทุนหมุนเวียนจากธนาคาร



  1. ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk)

ความเสี่ยงด้านเครดิต คือ ความเสี่ยงที่ลูกค้า "ไม่จ่ายเงิน" หรือจ่ายเงินล่าช้า ซึ่งกระทบต่อรายได้ของกิจการโดยตรง

ตัวอย่างเช่น ขายสินค้าให้ลูกค้าประจำแบบไม่เก็บเงินทันที แต่ลูกค้าคนนั้นประสบปัญหาการเงินและเบี้ยวหนี้

วิธีจัดการ

  • ตรวจสอบประวัติลูกค้าก่อนให้เครดิต

  • กำหนดวงเงินและเงื่อนไขการชำระให้ชัดเจน

  • ใช้ประกันภัยทางการค้า หรือเก็บเงินล่วงหน้าบางส่วน



  1. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Risk)

ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน คือ หากธุรกิจของคุณมีการนำเข้า-ส่งออก หรือทำธุรกรรมกับต่างประเทศ ความผันผวนของค่าเงินอาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นหรือรายได้ลดลง

ตัวอย่างเช่น คุณสั่งวัตถุดิบจากต่างประเทศตอนที่ค่าเงินบาทแข็ง แต่ตอนต้องจ่ายเงินกลับอ่อนค่าลง ทำให้ต้นทุนสูงกว่าที่คาดไว้

วิธีจัดการ

  • ใช้สัญญาป้องกันความเสี่ยง (Hedging) เช่น Forward Contract

  • เปิดบัญชีเงินตราต่างประเทศกับธนาคาร

  • เจรจาราคาสินค้าเป็นเงินบาท ถ้าเป็นไปได้



  1. ความเสี่ยงด้านต้นทุนและราคาสินค้า (Cost & Price Risk)

ความเสี่ยงด้านต้นทุนและราคาสินค้า คือ ความเสี่ยงที่เกิดจากราคาวัตถุดิบผันผวน ทำให้ต้นทุนสินค้าเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตร โลหะ หรือพลังงาน

ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากตลาดสด หากราคาผักหรือเนื้อสัตว์ขึ้นกระทันหัน อาจทำให้กำไรลดลงมาก

วิธีจัดการ

  • ทำสัญญาระยะยาวกับซัพพลายเออร์เพื่อกำหนดราคา

  • มีสูตรต้นทุนสำรอง หรือเปลี่ยนวัตถุดิบตามฤดูกาล

  • ปรับราคาขายอย่างยืดหยุ่นเมื่อจำเป็น


  1. ความเสี่ยงด้านภาษีและกฎหมาย (Tax & Regulatory Risk)

ความเสี่ยงด้านภาษีและกฎหมาย คือ ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐ ภาษี หรือกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่อาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ

ตัวอย่างเช่น รัฐออกกฎหมายใหม่ที่ส่งผลต่อวิธีคิดภาษี หรือต้องยื่นรายงานรูปแบบใหม่ภายในเวลาอันสั้น

วิธีจัดการ

  • ติดตามข่าวสารจากกรมสรรพากรและหน่วยงานรัฐ

  • ปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาด้านภาษีเป็นประจำ

  • เตรียมระบบบัญชีที่สามารถปรับตามข้อกำหนดใหม่ได้


  1. ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนภายนอก (External Risk)

ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนภายนอก คือ ความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ภัยธรรมชาติ โรคระบาด การเมือง หรือวิกฤตเศรษฐกิจโลก

ตัวอย่างเช่น เหตุการณ์โควิด-19 ที่ทำให้หลายธุรกิจต้องปิดชั่วคราว บางธุรกิจต้องปิดตัวลงหรือยอดขายลดลงกว่าเดิมไปมาก

วิธีจัดการ

  • กระจายความเสี่ยง เช่น ไม่พึ่งพาลูกค้ากลุ่มเดียวมากเกินไป

  • วางแผนธุรกิจให้มีความยืดหยุ่น ปรับตัวได้ไว

  • ทำประกันความเสี่ยงในบางกรณี เช่น ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก


ตัวอย่าง “ธุรกิจขายของขวัญตามเทศกาล”


ree

หากคุณ คือ เจ้าของธุรกิจวางแผนทำ ชุดของขวัญปีใหม่ สำหรับขายให้ทั้งองค์กร (B2B) และลูกค้าทั่วไป (B2C) โดยรับพรีออเดอร์ล่วงหน้า 1 เดือน ใช้วัตถุดิบหลากหลาย เช่น ขนม, ชา, แก้วน้ำ, สินค้าทำมือ และใช้กล่องบรรจุที่ต้องสั่งทำเฉพาะ

มาดูกันค่ะว่าเราจะใช้วิธีรับมือตามความเสี่ยงทั้ง 6 ในสถานการณ์นี้อย่างไร


การจัดการความเสี่ยง

วิธีรับมือ

1. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)

  • ต้องจ่ายค่าวัตถุดิบ + โรงพิมพ์ล่วงหน้า แต่รายได้ยังไม่เข้ามาทันที → วิธีรับมือ:  เปิดพรีออเดอร์พร้อมจ่ายเงินมัดจำ 50% และคำนวณ Cash Flow ล่วงหน้าอย่างละเอียด

2. ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk)

  • ลูกค้าองค์กรบางแห่งสั่งซื้อจำนวนมากแต่ขอเครดิต 30 วัน ซึ่งอาจจ่ายช้าหรือเบี้ยว → วิธีรับมือ: ให้เครดิตเฉพาะลูกค้าประจำ พร้อมทำใบสั่งซื้ออย่างเป็นทางการ และขอวางเงินบางส่วนก่อนส่ง

3. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Risk)

  • กล่องหรือสินค้าบางส่วนที่สั่งจากจีน ถ้าค่าเงินผันผวน ต้นทุนจะสูงขึ้น → วิธีรับมือ: เจรจาต่อรองต้นทุนให้ถูกลง เพื่อเผื่อส่วนต่างไว้รับมือค่าเงิน

4. ความเสี่ยงด้านต้นทุนและราคาสินค้า (Cost & Price Risk)

  • ราคาวัตถุดิบอย่างถั่ว ผลไม้แห้ง หรือค่ากล่องขึ้นกระทันหันในช่วงใกล้เทศกาล → วิธีรับมือ: ล็อกราคากับซัพพลายเออร์ไว้ล่วงหน้า และออกแบบแพ็กเกจให้ยืดหยุ่น เปลี่ยนสินค้าได้บางส่วน

5. ความเสี่ยงด้านภาษีและกฎหมาย (Tax & Regulatory Risk)

  • ถ้ายอดขายพุ่งในช่วงปีใหม่ อาจต้องจด VAT โดยไม่รู้ตัว หรือออกใบกำกับภาษีไม่ทัน → วิธีรับมือ: วางแผนภาษีตั้งแต่ต้นปี และใช้โปรแกรมบัญชีที่ออกใบกำกับได้อัตโนมัติ

6. ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนภายนอก (External Risk)

  • หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น รถขนส่งล่าช้า พัสดุเสียหาย หรือมีโรคระบาดซ้ำ → วิธีรับมือ: เตรียมเวลา Buffer ในการจัดส่ง และทำประกันการขนส่งสำหรับล็อตใหญ่


วิธีการจัดการความเสี่ยงแบบง่ายๆ


ree

หากยังไม่แน่ใจว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไรดี ลองใช้แนวคิด “รู้ก่อน เตรียมก่อน ปรับไว” เพื่อเตรียมให้ธุรกิจของคุณรับมือกับความเสี่ยงทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ ทันท่วงที


กฎ 3 ข้อ จำง่ายๆ

  1. รู้ก่อน: สำรวจให้แน่ชัดว่าธุรกิจของคุณอาจเจอความเสี่ยงประเภทไหนบ้าง เช่น ขาดทุนเพราะราคาต้นทุนขึ้นเร็ว หรือลูกค้าจ่ายเงินช้า

  2. เตรียมก่อน: วางแผนและเตรียมรับมือไว้ล่วงหน้า เช่น เก็บเงินสำรองไว้ให้พออย่างน้อย 3-6 เดือน และจัดทำแผนสำรองหากรายได้ลดลงกระทันหัน

  3. ปรับไว: เมื่อเจอปัญหาจริง อย่ารอให้บานปลาย ปรับกลยุทธ์หรือวิธีดำเนินธุรกิจให้เร็วที่สุด เช่น ปรับเงื่อนไขการขาย เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย หรือเจรจาเงื่อนไขใหม่กับคู่ค้า

 

ธุรกิจที่ดีต้องรู้จักบริหารความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยงทางการเงินไม่ใช่เรื่องของ "การกลัวความเสี่ยง" แต่คือ "การเตรียมตัวรับมือ" อย่างมีแบบแผนค่ะ เพราะต่อให้ธุรกิจจะเติบโตดีแค่ไหน ถ้าเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดโดยไม่มีแผนรองรับ ก็อาจสะดุดได้เช่นกัน


โดยเฉพาะในยุคนี้ที่ธุรกิจต้องเผชิญกับทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจ วิกฤตการณ์ระดับโลก การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว การมีแผนบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป


หากคุณไม่แน่ใจว่าธุรกิจของคุณกำลังเผชิญกับความเสี่ยงด้านใด หรืออยากได้ผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์ ตรวจสอบ และวางแผนรับมืออย่างครอบคลุม  รวมถึงให้คำแนะนำด้านการวางแผนภาษีเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ABS Valuation ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ เราพร้อมเดินไปกับคุณทุกการตัดสินใจสำคัญ


อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรนณีทวีสิน) โทร: (+66) 82-899-7979E - mail: tommy.pichet@actuarialbiz.com

คุณลักษณา ชัยวุฒิธร โทร: (+66) 81-071-4060E - mail: abs.office@actuarialbiz.com


 
 
bottom of page