มูลค่าตลาด vs มูลค่าทางบัญชี vs มูลค่ายุติธรรม แตกต่างกันอย่างไร ?
- อาจารย์ทอมมี่ พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน

- Nov 19
- 2 min read

เมื่อพูดถึง “มูลค่าของธุรกิจ” หรือ “มูลค่าของสินทรัพย์” หลายคนอาจนึกถึงตัวเลขเดียวกัน แต่ในโลกของการเงินและบัญชี คำว่า “มูลค่า” มีได้
หลายความหมาย ซึ่งมูลค่าที่พบบ่อยมากที่สุดมีอยู่ 3 แบบ คือ
มูลค่าตลาด (Market Value)
มูลค่าทางบัญชี (Book Value)
มูลค่ายุติธรรม (Fair Value)
มูลค่าแต่ละแบบมีวิธีคิดที่แตกต่างกัน และเหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละสถานการณ์ที่ต่างกันออกไป ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ นักลงทุน หรือแม้แต่คนทั่วไปที่กำลังตัดสินใจซื้อหุ้น ซื้อธุรกิจ หรือประเมินสินทรัพย์ การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้คือพื้นฐานที่สำคัญอย่างมาก
มูลค่าตลาด (Market Value) คืออะไร?
มูลค่าตลาด คือ ราคาที่ผู้ซื้อยินดีที่จะจะซื้อขายกันในตลาด ณ เวลานั้น ภายใต้สภาวะปกติ หรือเรียกง่ายๆ คือ "ราคาที่ตลาดบอก"
เช่น บ้านของคุณในบัญชีอาจลงไว้ 2 ล้านบาท (มูลค่าทางบัญชี) แต่ถ้าในตลาดตอนนี้คนพร้อมซื้อที่ 3 ล้านบาท ดังนั้น มูลค่าตลาดก็คือ 3 ล้าน
จุดเด่นของมูลค่าตลาด:
สะท้อนความต้องการของตลาดจริงๆ
เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ปัจจุบัน
ดูง่าย เพราะเห็นราคาชัดเจน
จุดด้อย:
ผันผวนมาก อาจไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง
อาจถูกอารมณ์ของนักลงทุนครอบงำ
มูลค่าทางบัญชี (Book Value) คืออะไร?
มูลค่าทางบัญชี คือมูลค่าที่บันทึกไว้ในบัญชีของบริษัท คำนวณจากสินทรัพย์ทั้งหมดลบด้วยหนี้สินทั้งหมด
เช่น บริษัทซื้อรถบรรทุกมา 1,000,000 บาท ใช้งานมาแล้ว 5 ปี หักค่าเสื่อมไป 500,000 บาทมูลค่าทางบัญชีของรถบรรทุก = 500,000 บาท แม้ว่าราคาตลาดอาจขายได้เพียง 400,000 หรือสูงถึง 600,000 ก็ตาม
จุดเด่นของมูลค่าทางบัญชี:
เป็นมูลค่าที่มีความเสถียร ไม่ผันผวนตามอารมณ์ตลาด
อ้างอิงจากข้อมูลที่ตรวจสอบแล้ว
เป็นมาตรฐานที่เปรียบเทียบได้
จุดด้อย:
อาจไม่สะท้อนมูลค่าจริงในปัจจุบัน
ใช้ราคาต้นทุนเดิม ไม่ได้ปรับตามเวลา
มูลค่ายุติธรรม (Fair Value) คืออะไร?
มูลค่ายุติธรรม คือราคาที่จะได้รับจากการขายสินทรัพย์ หรือราคาที่จะจ่ายเพื่อโอนหนี้สิน ในการทำธุรกรรมภายใต้สภาวะปกติ ระหว่างผู้เข้าร่วมตลาดที่มีข้อมูลเพียงพอ และไม่มีฝ่ายใดถูกบังคับให้ทำธุรกรรม (เปรียบเสมือนเราหาราคากลางที่ "ยุติธรรม" ที่สุด ไม่ใช่ราคาที่ถูกเกินไป หรือแพงเกินไป)
เช่น เครื่องจักรตัวหนึ่งในโรงงานซื้อมาในราคา 2,000,000 บาท ใช้มาแล้ว 3 ปี บัญชีตัดค่าเสื่อมไปแล้วรวม 900,000 บาท ทำให้มูลค่าทางบัญชี เหลือเพียง 1,100,000 บาท
แต่เนื่องจากเครื่องยังใช้งานได้ดี ประสิทธิภาพสูง และในตลาดมีผู้สนใจพร้อมซื้อที่ราคา 1,600,000 บาทผู้ประเมินจึงตี มูลค่ายุติธรรม (Fair Value) ใหม่อยู่ที่ 1,600,000 บาท เพื่อสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงในสภาพปัจจุบันของเครื่องจักร
วิธีการหามูลค่ายุติธรรม:
วิธีตลาด (Market Approach): เปรียบเทียบกับสินทรัพย์หรือธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายกันในตลาด
วิธีรายได้ (Income Approach): คำนวณจากกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับในอนาคต แล้วคิดลดเป็นมูลค่าปัจจุบัน
วิธีต้นทุน (Cost Approach): พิจารณาจากต้นทุนที่ต้องใช้ในการสร้างสินทรัพย์ใหม่ที่ให้ประโยชน์เท่ากันในปัจจุบัน
จุดเด่น:
พยายามหาราคาที่เป็นธรรมที่สุด
คำนึงถึงปัจจัยหลายๆ อย่าง
เหมาะสำหรับการตัดสินใจลงทุน
เปรียบเทียบให้เห็นชัด ๆ
ประเภทมูลค่า | อิงจากอะไร | ใช้เมื่อไหร่ |
มูลค่าตลาด | ราคาที่คนซื้อขายจริง | ซื้อ-ขายทรัพย์สินในตลาด |
มูลค่าทางบัญชี | ต้นทุน – ค่าเสื่อม | ใช้ในงบการเงิน บัญชีรายปี |
มูลค่ายุติธรรม | ราคาที่ประเมินตามปัจจัยหลายด้าน | ใช้เมื่อต้องตีราคาทรัพย์สิน และ ในตลาดมีผู้สนใจพร้อมซื้อ |
กรณีเคสจริง: ซื้อขายรถยนต์คันหนึ่ง

สมมติคุณมีรถยนต์ Toyota Altis ใช้งานมาแล้ว 5 ปี ลองมาดูกันว่าหากต้องการจะขายรถยนต์คันนี้ต่อ จะต้องดูมูลค่าไหนเป็นหลัก
มูลค่าทางบัญชี: ในสมุดบัญชีของบริษัทที่ซื้อรถไว้อาจระบุว่ารถคันนี้มีมูลค่าเหลืออยู่แค่ 300,000 บาท หลังจากหักค่าเสื่อมราคาตามหลักบัญชีทุกปี
มูลค่าตลาด: แต่ถ้าคุณลองเปิดเว็บไซต์ขายรถมือสอง อาจพบว่าราคาขายจริงในตลาดอยู่ที่ 350,000 บาท (เพราะเป็นรุ่นยอดนิยม สภาพยังดี)
มูลค่ายุติธรรม: ถ้าจ้างผู้ประเมินมาช่วยตีราคาแบบละเอียด โดยดูทั้งระยะทางที่ขับ สภาพสี ภายใน การซ่อมบำรุง และราคาตลาด เขาอาจตีออกมาที่ 370,000 บาท ซึ่งสะท้อนมูลค่าที่เหมาะสมที่สุดในช่วงเวลานั้น
จากตัวอย่างนี้จะเห็นว่า ทั้ง 3 มูลค่ามีตัวเลขไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาไปใช้ทำอะไร ถ้าเราคิดจะขายรถ ก็สามารถตั้งราคาจาก มูลค่าตลาดได้เลย หรือถ้ารถของเรามีสภาพดีมาก อุปกรณ์ครบ ใช้งานน้อย ก็อาจใช้ราคาประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ (มูลค่ายุติธรรม) มาช่วยอ้างอิง เพื่อให้เราสามารถตั้งราคาขายให้สูงขึ้นได้อีกนิดค่ะ
ข้อควรระวังในการใช้งาน
สำหรับนักลงทุนหุ้น ควรพิจารณาทั้ง 3 แบบ เพราะถ้ามูลค่าตลาดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีมาก อาจเป็นโอกาสดีในการซื้อ แต่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าธุรกิจไม่มีปัญหาพื้นฐานที่ซ่อนอยู่
สำหรับการซื้อขายอสังหาฯ มูลค่ายุติธรรมสำคัญที่สุด เพราะช่วยให้เราตั้งราคาได้ถูกต้อง
สำหรับการวางแผนการเงิน ควรเลือกใช้มูลค่าที่อนุรักษ์นิยม (Conservative Value) เช่น มูลค่าทางบัญชี หรือมูลค่ายุติธรรม ไม่ควรอิงเพียงมูลค่าตลาดที่สูงเกินจริง เพราะควรคำนึงถึงความเสี่ยงและสถานการณ์เลวร้ายที่สุด (Worst-Case Scenario) ด้วย
รู้มูลค่าถูก ช่วยตัดสินใจได้ดีขึ้น
เมื่อเข้าใจความแตกต่างของมูลค่าทั้งสามแบบ คุณจะมองภาพธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น และไม่ถูกหลอกด้วยตัวเลขเพียงด้านเดียว เพราะมูลค่าทางบัญชีอาจต่ำกว่าความเป็นจริง ขณะที่มูลค่าตลาดอาจผันผวนตามอารมณ์ตลาด ส่วนมูลค่ายุติธรรมจะช่วยสะท้อนภาพรวมที่เป็นกลางและสมเหตุสมผลที่สุด
หากคุณต้องการวิเคราะห์มูลค่ากิจการเพื่อวางแผนธุรกิจ หานักลงทุน หรือประเมินทรัพย์สินอย่างมืออาชีพ ABS Valuation เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมช่วยคุณประเมิน “มูลค่าที่ยุติธรรม” อย่างโปร่งใสและเป็นไปตามหลักการมาตรฐานสากล
หากสนใจท่านสามารถติดต่อรับคำปรึกษาได้ที่
อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรนณีทวีสิน) โทร: (+66) 82-899-7979 E-mail: tommy.pichet@actuarialbiz.com
คุณลักษณา ชัยวุฒิธร โทร: (+66) 81-071-4060 E-mail: abs.office@actuarialbiz.com
ABS Valuation พร้อมเดินไปกับคุณในทุกการตัดสินใจสำคัญ



